คำคม...คติสอนใจ

@...ความเจริญทางจิตใจนั้นเราจะซื้อไม่่ได้...@

Hi ! Welcome...สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ "บ้านซ่าหรี"
บุคคลทั่วไป กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ส่งอีเมล์ยืนยันการเข้าใช้งานด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

>> วันมาฆบูชา

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

วันมาฆบูชา ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง วันนี้กระปุกจึงมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวันมาฆบูชามาฝากกันค่ะ

ความหมายของวันมาฆบูชา

          คำว่า "มาฆะ" นั้น เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3  

การกำหนดวันมาฆบูชา
          การกำหนดวันมาฆบูชาตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 และมักตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

ความสำคัญและประวัติของวันมาฆบูชา
          ความสำคัญของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่างๆ หากสรุปเป็นใจความสำคัญ จะมีเนื้อหาว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์"

ทั้งนี้ในวันมาฆบูชาได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมๆ กันถึง 4 ประการ อันได้แก่
          1.วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์

          2.มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

          3.พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6

          4.พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"

          และ เพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ 4 ประการข้างต้น ทำให้วันมาฆบูชา เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งคำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" นี้ มีความหมายตามการแยกศัพท์คือ

          * จาตุร แปลว่า 4
          * องค์ แปลว่า ส่วน
          * สันนิบาต แปลว่า ประชุม

          ดังนั้น "จาตุรงคสันนิบาต" จึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" นั่นเอง
          ทั้งนี้วันมาฆบูชาถือว่าเป็นวันพระธรรม ขณะที่วันวิสาขบูชาถือว่าเป็นวันพระพุทธ ส่วนวันอาสาฬหบูชา เป็นวันพระสงฆ์

ประวัติการถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย

          พิธีทำบุญวันมาฆบูชานี้ ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตามในหนังสือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ว่า

          ประเทศไทยเริ่มกำหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรกในช่วงรัชสมัยพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2394 ในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวรวิหารและวัดราชประดิษฐ์จำนวน 30 รูป ฉันภัตตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
          เมื่อถึงเวลาค่ำ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ พระสงฆ์ทำวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ เมื่อสวดจบทรงจุดเทียน 1,250 เล่ม รอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลี และภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์ประกอบด้วยจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึงและขนมต่างๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป สวดรับ

          ในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางครั้งตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่ นั้นๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวัง
          ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา

          นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2549 รัฐบาลไทยประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็นวันกตัญญูแห่งชาติอีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
http://hilight.kapook.com/view/20696 

 

>> สับสน


ความรู้สึกของคนเรา

 บางครั้งก็โง่เขลาเหลือเกิน

กับความคิดที่เผินๆ

มันมากเกินที่จะบรรยาย

ซ่อนกลิ่น..



วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

>> จินตนาการของมนุษย์


ถ้าจินตนาการผ่านความคิด

มันวิจิตรตระการตาในความหมาย

มนุษย์เรามองเห็นและบรรยาย

มีมุ่งหมายมีใจความต่างกัน


ดั่งภาพที่เห็นมีหลายแง่มุม

มองเดาสุ่มความคิดที่หลากหลาย

บ้างมองเห็นชีวิตถูกทำลาย

ธรรมชาติร้ายลงทัณฑ์ช่างน่ากลัว

ซื่อกลิ่น ซ่าหรี 




>> พรรณนาวจี


ทุกสิ่งล้วน...แลลับ

ทุกสิ่งดับ...สับเปลี่ยนผัน

วันและคืน...ตื่นกัน

ทุกข์สุขสันต์...ฝันแค่นั้น

@@@@@@@@

อาทิตย์กลบแสง...ยามพลบค่ำ

น่าจดจำ...คืนเดือนลับ

ยามสิ้นแสง...เดือนดับดับ

สูญสิ้นลับกลับวังวน

@@@@@@@@@@@@@@@

ทุกชีวิต...ในโลก

มีเศร้ามี...โศกคละกัน

สรรพสิ่ง...ล้วนผัน

ดับสูญกัน...ทุกผู้คน

@..ซ่อนกลิ่น หรีซ่า..@


วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

>> บ้าน

(seience.mju.ac.th)

บ้านคือบ้าน...วิมานดิน

มีหนี้สิน...สิ้นเพราะสร้าง

ทำเกินตัว...กลัวบ้านร้าง

เพราะโครงสร้าง...จ้างคนทำ


สร้างแล้วร้าง...บ้างไม่อยู่

ไม่มีคู่...อยู่ให้จำ

แม้นพูดสวย...ด้วยน้ำคำ

สักล้านคำ...พร่ำทำไม

ซ่อนกลิ่น  ซ่าหรี


>> คืนเหงา

(ขอบคุณเจ้าของภาพ ขออนุญาตนำมาประกอบภาพ)

ท้องฟ้าหมอกควันหนา
 ดูมัวพร่ามันเงียบเหงา
เสียงรถติดตามเงา
คอยคอยเฝ้าจ้องทำลาย

กลางวันร้อนรนนัก
เสียงเครื่องจักรดังเป็นสาย
ผู้คนดูเดียวดาย
 รถทุกสายวิ่งไปมา

ชีวิตคนเมืองกรุง
มีสูงส่งเวทนา
 สูดดมกลิ่นควันหนา
วิ่งไปมาไร้จุดหมาย

  ตกเย็นรีบกลับบ้าน 
เข้าเรือนชานกันมากมาย
เหน็ดเหนื่อยกันแทบตาม
ถ้าตื่นสายไร้ทำกิน

ซ่อนกลิ่น ซ่าหรี


>> บริสุทธิ์


รักที่บริสุทธิ์

ประดุจความสดใส

ขอให้เพราะห่วงใย

ด้วยหัวใจที่ผูกพัน

สีขาวบริสุทธิ์

ดูสะดุดหยุดที่เธอ

ทุกครั้งไปฝันเพ้อ

เพราะอยากเจอเธอสักครั้ง

กุหลาบสีขาวนวล

เธอยิ้มสวนแล้วส่งให้

เขามอบด้วยน้ำใจ

ความห่วงใยทุกเวลา

... ซ่าหรี ...

สาระที่คุณต้องค้น...ตรงนี้นะคะ